วันจันทร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568

ยกโทษจากหัวใจ

ยกโทษจากหัวใจ

เพราะพระองค์ทรงยกโทษเราก่อน

“เจ็ดครั้งพอไหม ?” เปโตรถามพระเยซูแบบที่น่าจะมีความหวังในใจว่า ตัวเองใจก็กว้างพอสมควรแล้ว แต่พระเยซูตอบว่า “ไม่ใช่เจ็ด แต่...เจ็ดสิบครั้งคูณเจ็ด” (มัทธิว 18:21-22)

เจ็ดสิบคูณเจ็ด ถ้าเอามาคูณจริง ๆ มันคือ 490 ครั้ง แต่พระเยซูไม่ได้ประสงค์จะให้เรามานับการยกโทษทีละครั้งจนถึง 490 ครั้ง ! นี่เป็นสำนวนที่คนยิวในยุคนั้นเข้าใจว่า "ไม่มีขีดจำกัด" เป็นการบอกว่าความรักและการให้อภัยควรไม่มีที่สิ้นสุด เหมือนที่พระเจ้ายกโทษให้เราโดยไม่ตั้งเงื่อนไขใด ๆ ไว้เลย

คำว่า “ยกโทษ” ในภาษากรีก

พระเยซูใช้คำว่า ἀφίημι (aphiēmi) แปลตรงตัวว่า ปล่อยไป ปลดปล่อย อารมณ์เหมือนการปล่อยนกออกจากกรง หรือปล่อยเชือกที่พันธนาการอยู่ออกไป

ยกโทษ ในมุมมองของพระเยซูนั้นจึงไม่ใช่แค่พูดว่า “ไม่เป็นไร” แต่คือ ปล่อยวางสิ่งที่คาใจ ให้ตัวเองและคนอื่นเป็นอิสระ

คำอุปมา: หมื่นตะลันต์ vs ร้อยเดนาริอัน

พระเยซูเล่าเรื่องเจ้าองค์หนึ่งที่มีทาสเป็นหนี้ “หนึ่งหมื่นตะลันต์” (ข้อ 24)

  • 1 ตะลันต์ = 6,000 เดนาริอัน

  • หมื่นตะลันต์ = 60 ล้านเดนาริอัน

ขณะที่ 1 เดนาริอัน = ค่าจ้างวันเดียวของคนงานทั่วไป
หมื่นตะลันต์จึงเป็นหนี้ที่ ไม่มีทางใช้คืนได้ในชีวิตนี้ ภาพแทนบาปของเราต่อพระเจ้า

แต่เจ้าองค์นั้น มีความเมตตา (ข้อ 27)
คำว่า σπλαγχνίζομαι (splagchnizomai) ในภาษากรีก = รู้สึกสงสารจากข้างในลึกสุด (ในในหัวใจ)
เหมือนเวลาที่เราเห็นใครสักคนกำลังเจ็บปวด แล้วรู้สึกจี๊ด ๆ ที่ใจจริง ๆ ไม่ใช่แค่สงสารผ่าน ๆ

พระเจ้าก็เป็นแบบนั้นกับเราด้วย พระองค์รู้สึกถึงความเจ็บปวดของเรา และเลือก ยกโทษ ให้ แม้เราจะไม่สามารถชดใช้ได้เลย

แล้วทำไมล่ะ ? เรายังไม่อภัย ?

ทาสคนนี้กลับไปจับเพื่อนที่เป็นหนี้แค่ “หนึ่งร้อยเดนาริอัน” (ข้อ 28) —
ถ้าเทียบกับหนี้ของตัวเอง มันคือ 60 ล้าน กับ 100! แต่เขากลับบีบคอเพื่อน บังคับให้ใช้หนี้โดยการนำไปขังคุกบีบจะเอาหนี้ให้ได้

นี่เป็นภาพสะท้อนว่า มนุษย์เรามักจะลืมความเมตตาที่เราได้รับ แล้วกลายเป็นผู้ไม่ยอมอภัยคนอื่นเสมอ

อภัยจากหัวใจ: แปลว่าอะไร ?

พระเยซูจบคำอุปมาด้วยคำเตือนชัดเจน “ถ้าไม่ยกโทษจากใจ (ἐκ τῳν καρδιῑν ὕμῳν)” (ข้อ 35)
คำว่า καρδία (kardia) = หัวใจในเชิง จิตวิญญาณ ความคิด ความรู้สึก ไม่ใช่แค่ก้อนเนื้อที่สูบฉีดเลือด

“อภัยจากใจ” คือการปล่อยวางจากส่วนลึกในชีวิต — เป็นการให้อภัยที่ จริงใจ ไม่เสแสร้ง และทำให้ทั้งเราและเขาเป็นอิสระ

ทำไมล่ะการอภัยถึงสำคัญ ?

เพราะเราเคยได้รับการอภัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจากพระเจ้า หนี้บาปมหาศาลที่เราจ่ายไม่ไหวเลย แต่พระองค์ เลือกปลดปล่อยและวาง เพื่อให้เราเป็นอิสระ

การให้อภัยคนอื่นจึงไม่ใช่เพราะเขาคู่ควร แต่เพราะเรา เดินตามแบบอย่างพระเจ้า

และสุดท้าย การให้อภัยคือของขวัญที่เรามอบให้ตัวเองด้วย เพราะถ้าเราไม่ปล่อยวาง ความขมขื่นนั้นจะกัดกินใจเราเอง


อยากจะสรุปสั้น ๆ ว่า...

  • การยกโทษ = ἀφίημι = ปล่อยวาง

  • พระเจ้ามี σπλαγχνίζομαι = เมตตาจากใจลึกสุด

  • อภัยจากใจ = ἐκ τῳν καρδιῑν = จากใจจริง ไม่เสแสร้ง

พระเจ้าปลดปล่อยเราแล้ว… แล้วเราพร้อมจะปล่อยวางบ้างไหม ?

K.Ohr.Emet

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า เหนือภัยพิบัติในอียิปต์

ฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า เหนือภัยพิบัติในอียิปต์ เรื่องภัยพิบัติในอียิปต์ หากมองผ่านเลนส์ของคริสเตียนสายรากฮีบรู (Messianic Roots) และบริบททางปร...