ยกโทษจากหัวใจ
เพราะพระองค์ทรงยกโทษเราก่อน
“เจ็ดครั้งพอไหม ?” เปโตรถามพระเยซูแบบที่น่าจะมีความหวังในใจว่า ตัวเองใจก็กว้างพอสมควรแล้ว แต่พระเยซูตอบว่า “ไม่ใช่เจ็ด แต่...เจ็ดสิบครั้งคูณเจ็ด” (มัทธิว 18:21-22)
เจ็ดสิบคูณเจ็ด ถ้าเอามาคูณจริง ๆ มันคือ 490 ครั้ง แต่พระเยซูไม่ได้ประสงค์จะให้เรามานับการยกโทษทีละครั้งจนถึง 490 ครั้ง ! นี่เป็นสำนวนที่คนยิวในยุคนั้นเข้าใจว่า "ไม่มีขีดจำกัด" เป็นการบอกว่าความรักและการให้อภัยควรไม่มีที่สิ้นสุด เหมือนที่พระเจ้ายกโทษให้เราโดยไม่ตั้งเงื่อนไขใด ๆ ไว้เลย
คำว่า “ยกโทษ” ในภาษากรีก
พระเยซูใช้คำว่า ἀφίημι (aphiēmi) แปลตรงตัวว่า ปล่อยไป ปลดปล่อย อารมณ์เหมือนการปล่อยนกออกจากกรง หรือปล่อยเชือกที่พันธนาการอยู่ออกไป
ยกโทษ ในมุมมองของพระเยซูนั้นจึงไม่ใช่แค่พูดว่า “ไม่เป็นไร” แต่คือ ปล่อยวางสิ่งที่คาใจ ให้ตัวเองและคนอื่นเป็นอิสระ
คำอุปมา: หมื่นตะลันต์ vs ร้อยเดนาริอัน
พระเยซูเล่าเรื่องเจ้าองค์หนึ่งที่มีทาสเป็นหนี้ “หนึ่งหมื่นตะลันต์” (ข้อ 24)
1 ตะลันต์ = 6,000 เดนาริอัน
หมื่นตะลันต์ = 60 ล้านเดนาริอัน
ขณะที่ 1 เดนาริอัน = ค่าจ้างวันเดียวของคนงานทั่วไป
หมื่นตะลันต์จึงเป็นหนี้ที่ ไม่มีทางใช้คืนได้ในชีวิตนี้ ภาพแทนบาปของเราต่อพระเจ้า
แต่เจ้าองค์นั้น มีความเมตตา (ข้อ 27)
คำว่า σπλαγχνίζομαι (splagchnizomai) ในภาษากรีก = รู้สึกสงสารจากข้างในลึกสุด (ในในหัวใจ)
เหมือนเวลาที่เราเห็นใครสักคนกำลังเจ็บปวด แล้วรู้สึกจี๊ด ๆ ที่ใจจริง ๆ ไม่ใช่แค่สงสารผ่าน ๆ
พระเจ้าก็เป็นแบบนั้นกับเราด้วย พระองค์รู้สึกถึงความเจ็บปวดของเรา และเลือก ยกโทษ ให้ แม้เราจะไม่สามารถชดใช้ได้เลย
แล้วทำไมล่ะ ? เรายังไม่อภัย ?
ทาสคนนี้กลับไปจับเพื่อนที่เป็นหนี้แค่ “หนึ่งร้อยเดนาริอัน” (ข้อ 28) —
ถ้าเทียบกับหนี้ของตัวเอง มันคือ 60 ล้าน กับ 100! แต่เขากลับบีบคอเพื่อน บังคับให้ใช้หนี้โดยการนำไปขังคุกบีบจะเอาหนี้ให้ได้
นี่เป็นภาพสะท้อนว่า มนุษย์เรามักจะลืมความเมตตาที่เราได้รับ แล้วกลายเป็นผู้ไม่ยอมอภัยคนอื่นเสมอ
อภัยจากหัวใจ: แปลว่าอะไร ?
พระเยซูจบคำอุปมาด้วยคำเตือนชัดเจน “ถ้าไม่ยกโทษจากใจ (ἐκ τῳν καρδιῑν ὕμῳν)” (ข้อ 35)
คำว่า καρδία (kardia) = หัวใจในเชิง จิตวิญญาณ ความคิด ความรู้สึก ไม่ใช่แค่ก้อนเนื้อที่สูบฉีดเลือด
“อภัยจากใจ” คือการปล่อยวางจากส่วนลึกในชีวิต — เป็นการให้อภัยที่ จริงใจ ไม่เสแสร้ง และทำให้ทั้งเราและเขาเป็นอิสระ
ทำไมล่ะการอภัยถึงสำคัญ ?
เพราะเราเคยได้รับการอภัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจากพระเจ้า หนี้บาปมหาศาลที่เราจ่ายไม่ไหวเลย แต่พระองค์ เลือกปลดปล่อยและวาง เพื่อให้เราเป็นอิสระ
การให้อภัยคนอื่นจึงไม่ใช่เพราะเขาคู่ควร แต่เพราะเรา เดินตามแบบอย่างพระเจ้า
และสุดท้าย การให้อภัยคือของขวัญที่เรามอบให้ตัวเองด้วย เพราะถ้าเราไม่ปล่อยวาง ความขมขื่นนั้นจะกัดกินใจเราเอง
อยากจะสรุปสั้น ๆ ว่า...
การยกโทษ = ἀφίημι = ปล่อยวาง
พระเจ้ามี σπλαγχνίζομαι = เมตตาจากใจลึกสุด
อภัยจากใจ = ἐκ τῳν καρδιῑν = จากใจจริง ไม่เสแสร้ง
พระเจ้าปลดปล่อยเราแล้ว… แล้วเราพร้อมจะปล่อยวางบ้างไหม ?
K.Ohr.Emet

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น