"พระเจ้าตีสอน" จริงหรือ ?
เรากำลังเข้าใจพระลักษณะของพระองค์อย่างไร
เมื่อใครบางคนประสบอุบัติเหตุ เจ็บป่วย หรือเผชิญความทุกข์ เรามักได้ยินคำพูดว่า
“เห็นไหม… พระเจ้ากำลังตีสอน”
คำพูดนี้ถูกใช้บ่อยจนกลายเป็นคำปลอบใจ... หรือบางครั้งก็เป็นคำตัดสินโดยไม่รู้ตัว แต่มันคือ “การหนุนใจ” จริงหรือ? หรือเป็นเพียงความเข้าใจที่บิดเบือนต่อพระลักษณะของพระเจ้ากันแน่?
“ตีสอน” = ความรัก ไม่ใช่การลงโทษ
พระคัมภีร์ในฮีบรู 12:6 กล่าวว่า
“เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตีสอนผู้ที่พระองค์ทรงรัก และเมื่อพระองค์ทรงรับใครเป็นบุตร พระองค์ก็ทรงเฆี่ยนตีคนนั้น”
คำว่า “ตีสอน” (paideuō - παιδεύω) ในภาษากรีกเดิม แปลว่า “ฝึกฝน อบรมสั่งสอนอย่างพ่อแม่อบรมลูก”
ไม่ใช่การลงโทษด้วยความโกรธ
แต่คือ การดูแลด้วยวินัยอันเกิดจากความรัก
สุภาษิต 3:11 ก็ยืนยันชัดว่า
“บุตรชายของเราเอ๋ย อย่าดูหมิ่นการตีสอนของพระเยโฮวาห์ หรือเบื่อหน่ายต่อการตักเตือนของพระองค์”
ความเจ็บปวด ≠ การถูกสาป
ในพระธรรมโรม 5:9 และ 8:1 บอกเราว่า
“เมื่อเราได้ถูกชำระให้ชอบธรรมโดยพระโลหิตของพระองค์แล้ว เราจะพ้นจากพระพิโรธของพระเจ้า”
“เพราะฉะนั้น ไม่มีการลงโทษสำหรับผู้ที่อยู่ในพระเยซูคริสต์อีกต่อไป”
เราไม่ได้ถูกลงโทษ
แต่เรา อยู่ในการดูแลของพระบิดา ซึ่งทรงทำทุกสิ่งเพื่อก่อเกิดความบริสุทธิ์และเติบโตในจิตวิญญาณของเรา
เข้าใจใหม่: พระบิดาผู้ทรงรัก
คำว่า “ตีสอน” ไม่ได้ผิด
สิ่งที่ผิดคือ “ภาพจำ” ที่เราเคยมีต่อพระลักษณะของพระเจ้า
หากเราเข้าใจพระองค์ในฐานะ พระบิดา
แม้การตักเตือน ก็จะเต็มไปด้วยพระคุณ
แม้การเจ็บปวด ก็จะเต็มไปด้วยความหวัง
แม้ต้องถูกขัดเกลา เราก็ยังปลอดภัยในอ้อมแขนของพระองค์
โดย... K.Ohr.Emet
#พระเจ้าทรงรัก #คำหนุนใจ #พระคำวันนี้ #วินัยฝ่ายวิญญาณ #คริสเตียน #พระเจ้าตีสอนเพราะทรงรัก #ชีวิตคริสเตียน #พระเจ้าอยู่ข้างเรา #ข้อคิดพระคัมภีร์ #KOhrEmet

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น