ฉลาดเหมือนงู บริสุทธิ์เหมือนนกพิราบ บทเรียนลึกซึ้งจาก มธ. 10:16
“นี่แน่ะ เราใช้ท่านทั้งหลายไปดุจแกะอยู่ท่ามกลางพวกหมาป่า เพราะฉะนั้นจงเฉลียวฉลาดเหมือนงู และไม่มีพิษมีภัยเหมือนนกพิราบ”
มัทธิว 10:16
เมื่อพระเยซูตรัสประโยคนี้กับเหล่าสาวก พระองค์กำลังส่งพวกเขาออกไปประกาศข่าวประเสริฐในโลกที่ไม่เป็นมิตร เป็นเหมือน "แกะท่ามกลางหมาป่า" ภาพของความเปราะบางของแกะท่ามกลางอันตราย
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ พระองค์ไม่ได้สั่งให้พวกเขาแข็งแกร่งเหมือนช้างหรือสิวโต ไม่ได้ให้ต่อสู้ด้วยกำลังหรือเล่ห์เหลี่ยม แต่...ตรงกันข้าม พระองค์สอนให้ ฉลาดอย่างงู และ บริสุทธิ์อย่างนกพิราบ
ทำไมต้อง “งู” ด้วยล่ะ
งูเป็นสัตว์ที่พระคัมภีร์กล่าวถึงใน “ปฐมกาล 3:1” แทนซาตานผู้ล่อลวง แต่ใน “มธ. 10:16” พระเยซูไม่ได้พูดถึงงูในฐานะมารร้ายที่มีเจตนาชั่วร้าย นักล่อลวง หากแต่หมายถึงธรรมชาติที่เฉลียวฉลาดและระมัดระวังของมัน
คำว่า “ฉลาด” ในภาษากรีกคือ φρόνιμος (phronimos) หมายถึง มีไหวพริบ สุขุม รอบคอบ ไม่ใช่เจ้าเล่ห์ แต่คือ ปัญญาที่รู้เท่าทันภัยโดยไม่ทำร้ายผู้อื่น
นกพิราบ = หัวใจบริสุทธิ์ บารมีของผู้เชื่อ
นกพิราบในพระคัมภีร์เป็นสัญลักษณ์ของ พระวิญญาณบริสุทธิ์ (มธ. 3:16) เป็นนกที่ไม่รุกราน ไม่ล่า และไม่ดุร้าย เป็นภาพของความสงบและอ่อนโยน
“ไม่มีพิษมีภัยเหมือนนกพิราบ” จึงหมายถึง การดำเนินชีวิตด้วยใจที่สะอาด ซื่อตรง และไม่ตอบโต้ความรุนแรงด้วยความรุนแรง
แกะ งู และนกพิราบ = แบบอย่างของผู้ประกาศ
“แกะท่ามกลางหมาป่า” = ผู้เชื่ออยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยอันตราย ความไม่เป็นธรรม และการเบียดเบียน
“ฉลาดเหมือนงู” = ผู้เชื่อต้องมีไหวพริบ ระมัดระวัง รู้ทัน และใช้ปัญญาในการหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง
“ไม่มีพิษมีภัยเหมือนนกพิราบ” = ต้องรักษาความบริสุทธิ์ในจิตใจ ไม่ให้ความโกรธหรือความกลัวชักนำให้กระทำผิด
บทสรุป: ปัญญาที่บริสุทธิ์ คือพลังของผู้เชื่อ
พระเยซูไม่ได้ทรงส่งเราไปเพื่อเอาชนะผู้คนด้วยกำลัง แต่ทรงส่งเราไปเป็นพยานแห่งความรัก ด้วยปัญญาและหัวใจที่สะอาด
“งู” ไม่ใช่ภาพของความชั่วในที่นี้ แต่คือคำเตือนให้เราไม่ประมาท
“นกพิราบ” ไม่ใช่แค่ความอ่อนโยน แต่คือความสะอาดบริสุทธิ์แม้อยู่ท่ามกลางความมืด
โลกอาจเปลี่ยน แต่หลักการนี้ยังคงอยู่เสมอ:
ฉลาดอย่างงู บริสุทธิ์อย่างนกพิราบ
และดำเนินชีวิตให้เป็น “แสงสว่าง” ท่ามกลางความมืดของยุคสมัย
K.Ohr.Emet

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น