บัญญัติ 10 ประการ
เงาแห่งอดีต หรือ เข็มทิศในพันธสัญญาใหม่ ?
หลายคนอาจเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า "ธรรมบัญญัติเดิมจบไปแล้ว พระเยซูมาทำให้สำเร็จแล้ว เราจึงไม่ต้องรักษากฎเกณฑ์เหล่านั้นอีก" แต่หากเราศึกษาลึกลงไปในพันธสัญญาใหม่ เราจะพบว่าพระเยซูคริสต์ และบรรดาอัครทูต ไม่เคยสอนให้ละทิ้งบัญญัติ 10 ประการเลย ในทางกลับกัน พระองค์ทรงนำบัญญัติเหล่านี้มาขยายความให้สมบูรณ์และลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปถึงระดับของ "จิตใจ"
วันนี้เราจะมาสำรวจกันว่า พระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่สอนเราเกี่ยวกับ บัญญัติ 10 ประการ อย่างไรบ้าง เพื่อให้เราเห็นถึงพระประสงค์ที่แท้จริงของพระยาห์เวห์
1. ห้ามมีพระเจ้าอื่นใดนอกเหนือจากเรา
(อพยพ 20:3)
พระยาห์เวห์ทรงเป็นพระเจ้าที่ "หวงแหน" (อพยพ 34:14) คำว่าหวงแหนในบริบทนี้ ไม่ใช่อารมณ์หึงหวงแบบมนุษย์ที่ไร้เหตุผล
แต่เป็นภาพของ "สามีที่เรียกร้องความจงรักภักดีจากภรรยา"
พระองค์ทรงรักและปรารถนาให้เรามีพระองค์เพียงผู้เดียว
- ในพันธสัญญาใหม่:
พระเยซูทรงยืนยันหลักการนี้เมื่อทรงถูกทดลองในถิ่นทุรกันดาร พระองค์ตรัสว่า "จงกราบนมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นพระเจ้าของท่าน
และปรนนิบัติพระองค์แต่ผู้เดียว" (มัทธิว 4:10)
พระเจ้าของเรามีเพียงองค์เดียวเท่านั้น (1 โครินธ์ 8:6)
2. ห้ามทำรูปเคารพสำหรับตน
(อพยพ 20:4-6)
รูปเคารพ (Idol) ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เทวรูป ไม้แกะสลัก
หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งไว้กราบไหว้เท่านั้น แต่ในมิติที่ลึกซึ้งขึ้น
รูปเคารพคือ "สิ่งใดก็ตามที่เรารัก ให้ความสำคัญ
หรือมอบเวลาให้มากกว่าพระเจ้า" ไม่ว่าจะเป็น ทรัพย์สิน ชื่อเสียง ความสำเร็จ
หรือบุคคลที่เรายกย่องจนเกินขอบเขต
- ในพันธสัญญาใหม่:
อัครทูตยอห์นเตือนผู้เชื่ออย่างชัดเจนว่า "ลูกทั้งหลายเอ๋ย
จงรักษาตัวให้พ้นจากรูปเคารพ" (1 ยอห์น 5:21)
คริสเตียนจึงต้องระวังไม่ให้มีสิ่งใดมาแทนที่พระเจ้าในใจของเรา
3. ห้ามใช้พระนามพระยาห์เวห์ไปในทางที่ผิด
(อพยพ 20:7)
การออกพระนามของพระเจ้าอย่างไม่สมควร
ในภาษาฮีบรูเชื่อมโยงกับคำว่า "Shav" (שָׁוְא) ซึ่งแปลว่า ความว่างเปล่า ไร้สาระ หรือการกระทำที่ไร้คุณค่า
การละเมิดบัญญัติข้อนี้ไม่ได้หมายถึงแค่การสบถสาบานเท่านั้น
แต่รวมถึงการอ้างพระนามพระเจ้าเล่นๆ หรือการกระทำที่ทำให้พระนามของพระองค์ต้องเสื่อมเสียเกียรติผ่านการดำเนินชีวิตของเรา
- ในพันธสัญญาใหม่:
เปาโลกำชับให้คริสเตียนดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง "เพื่อว่าพระนามของพระเจ้าและคำสอนจะไม่ถูกดูหมิ่น" (1 ทิโมธี 6:1)
4. จงระลึกถึงวันสะบาโต
ถือเป็นวันบริสุทธิ์ (อพยพ 20:8-11)
วันสะบาโต (Shabbat) หรือวันที่เจ็ด
เป็นวันที่พระเจ้าทรงกำหนดให้เป็นวัน "Kadosh" (บริสุทธิ์/แยกตั้งไว้) เป็นพันธสัญญานิรันดร์เพื่อให้มนุษย์ได้หยุดพักจากการงานอันเหน็ดเหนื่อย
และกลับมาฟื้นฟูความสัมพันธ์กับพระยาห์เวห์
- การทำให้สมบูรณ์ในพระเยซู:
หลายคนเข้าใจผิดว่าพระเยซูมาล้มเลิกสะบาโต แต่แท้จริงพระองค์ตรัสว่า "วันสะบาโตนั้นทรงตั้งไว้เพื่อมนุษย์
ไม่ได้ทรงสร้างมนุษย์ไว้เพื่อวันสะบาโต...
บุตรมนุษย์เป็นเจ้านายเหนือวันสะบาโต" (มาระโก 2:27;
มัทธิว 12:8) พระองค์ไม่ได้ทำลายวันหยุดพัก
แต่ทรงปลดแอก "กฎเกณฑ์จุกจิกของพวกฟาริสี" ที่ทำให้สะบาโตกลายเป็นภาระ
พระองค์ทรงคืนความหมายที่แท้จริงของสะบาโต นั่นคือการหยุดพักฝ่ายจิตวิญญาณ
การรับการเยียวยา และการสามัคคีธรรมกับพระเจ้า (ฮีบรู 4:9-11)
5. จงให้เกียรติแก่บิดามารดาของเจ้า
(อพยพ 20:12)
บัญญัติข้อนี้เป็นข้อแรกที่มาพร้อมกับพระสัญญา
คือการมีชีวิตที่ยืนนานและเจริญรุ่งเรืองบนแผ่นดินโลก (เอเฟซัส 6:1-3)
- ไขข้อข้องใจ:
มีพระวจนะใน ลูกา 14:26 ที่ตรัสว่า "ถ้าผู้ใด... ไม่ชังบิดามารดา... ผู้นั้นจะเป็นสาวกของเราไม่ได้"
บริบทนี้ไม่ได้ขัดแย้งกับบัญญัติข้อ 5 คำว่า
"ชัง" ในภาษากรีกคือ "Miseo" (μισέω) ซึ่งในบริบททางการเปรียบเทียบหมายถึง "การรักน้อยกว่า"
พระเยซูกำลังสอนว่า
ความรักและการเชื่อฟังที่เรามีต่อพระเจ้านั้นต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง
สูงสุดยิ่งกว่าความสัมพันธ์ใดๆ ในโลก แม้แต่ครอบครัว
6. ห้ามฆ่าคน (อพยพ 20:13)
คำว่า "ฆ่า" ในบัญญัติข้อนี้ ภาษาฮีบรูใช้คำว่า "Ratsach"
(רָצַח) ซึ่งเจาะจงถึง "การฆาตกรรม (Murder)" หรือการพรากชีวิตผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ล่วงหน้าด้วยความเจตนาร้าย
(ต่างจากการปกป้องตนเอง หรือการรบในสงครามบริบทพระคัมภีร์เดิม)
- ในพันธสัญญาใหม่:
พระเยซูทรงยกระดับมาตรฐานนี้ให้ลึกซึ้งขึ้นไปถึงระดับจิตใจ ทรงสอนว่า "ผู้ใดโกรธพี่น้องของตนโดยไม่มีเหตุ
ผู้นั้นจะต้องถูกพิพากษาลงโทษ" (มัทธิว 5:21-22)
และยอห์นตอกย้ำว่า "ผู้ที่เกลียดชังพี่น้องของตนก็เป็นผู้ฆ่าคน"
(1 ยอห์น 3:15)
7. ห้ามล่วงประเวณี
(อพยพ 20:14)
การล่วงประเวณีคือการทำลายพันธสัญญาแห่งการแต่งงาน
พระเยซูทรงเน้นย้ำเรื่องนี้อย่างเคร่งครัด
และทรงชี้ให้เห็นว่าบาปนี้เริ่มต้นจากความคิดและสายตา "ผู้ใดมองผู้หญิงเพื่อให้เกิดใจกำหนัดในหญิงนั้น
ผู้นั้นได้ล่วงประเวณีในใจกับหญิงนั้นแล้ว" (มัทธิว 5:28)
8. ห้ามลักขโมย (อพยพ 20:15)
การนำสิ่งที่ไม่ใช่ของตนมาเป็นของตน ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม
ย่อมเป็นการทำลายความไว้วางใจและขัดต่อความรักที่เราพึงมีต่อเพื่อนบ้าน
- ในพันธสัญญาใหม่:
เปาโลสอนให้เราเปลี่ยนจากการเป็น "ผู้รับ(ขโมย)" มาเป็น
"ผู้ให้" โดยกล่าวว่า "คนที่เคยขโมยก็อย่าขโมยอีกต่อไป
แต่จงใช้มือของตนตรากตรำทำงานที่ดี เพื่อจะได้มีอะไรแจกจ่ายให้คนที่มีความจำเป็น"
(เอเฟซัส 4:28) สำหรับพระวจนะที่สอนว่า
"ถ้ามือทำให้หลงผิดจงตัดทิ้งเสีย" (มาระโก 9:43) เป็นภาพพจน์ (Hyperbole) ที่พระเยซูทรงใช้เพื่อเน้นว่า
เราต้องจัดการกับรากของความบาป (เช่น นิสัยขี้ขโมย) อย่างเด็ดขาด
ไม่ใช่การทำร้ายร่างกายตนเองจริง ๆ
9. ห้ามเป็นพยานเท็จใส่ร้ายเพื่อนบ้าน
(อพยพ 20:16)
การโกหก ปั้นน้ำเป็นตัว หรือการใส่ร้ายผู้อื่นให้รับโทษ
เปรียบเสมือนการ "ลอบสังหารทางการถูกยอมรับ" (Character
Assassination) ซึ่งสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อชีวิตผู้อื่น
พระเจ้าทรงรังเกียจลิ้นที่มุสา
- ในพันธสัญญาใหม่:
การดำเนินชีวิตในความจริงเป็นลักษณะเด่นของผู้เชื่อ "อย่าพูดโกหกต่อกันและกัน
เพราะว่าท่านได้ปลดวิสัยมนุษย์เก่ากับพฤติกรรมของมนุษย์นั้นแล้ว"
(โคโลสี 3:9)
10. ห้ามโลภ (อพยพ 20:17)
ความโลภคือต้นเหตุของบาปอีกมากมาย การอยากได้ของผู้อื่น
ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน หรือคู่ครอง
ล้วนสะท้อนถึงความไม่พึงพอใจในสิ่งที่พระเจ้าประทานให้
- ในพันธสัญญาใหม่:
อาจารย์เปาโลเปรียบเทียบความโลภว่ามีความรุนแรงเทียบเท่ากับ
"การไหว้รูปเคารพ" (โคโลสี 3:5) เพราะมันคือการให้ความปรารถนาฝ่ายเนื้อหนังมามีอำนาจเหนือการเชื่อฟังพระเจ้า
บทสรุป: ธรรมบัญญัติไม่ใช่แอก
แต่คือเข็มทิศ
พระบัญญัติของพระเจ้า ไม่ได้แปลว่า
"กฎหมายที่จ้องจับผิด" แต่มีความหมายที่แท้จริงว่า "คำสอนหรือคำแนะนำ เพื่อการดำเนินชีวิต" เราไม่ได้รักษาธรรมบัญญัติ
"เพื่อ" จะได้รับความรอด (เพราะเราได้รับความรอดโดยพระคุณผ่านทางความเชื่อในพระเยซูคริสต์แล้ว)
แต่เราดำเนินชีวิตตามธรรมบัญญัติ "เพราะ" เรารอดแล้ว
แผ่นดินของพระเจ้ามีไว้สำหรับผู้ที่รักพระองค์ และบรรทัดฐานของบัญญัติ 10 ประการนี้เอง คือเครื่องนำทางที่ชี้วัดว่า….
เรากำลังดำเนินชีวิตอยู่ในทางของพระยาห์เวห์
อย่างบริสุทธิ์และแยกตั้งไว้สมกับเป็นประชากรของพระองค์หรือไม่
.jpg)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น