วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569

อับรามในเตาไฟ

อับรามในเตาไฟ

ในวรรณกรรมอธิบายคัมภีร์ของชาวยิว หรือที่เรียกว่า Midrash (เช่น ใน Genesis Rabbah บทที่ 38 หรือ Targum pseudo-Jonathan) มีเรื่องเล่าที่น่าสนใจเกี่ยวกับการปฏิเสธรูปเคารพในช่วงวัยหนุ่มของอับราม (Abraham) ซึ่งไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในหนังสือปฐมกาล ตำนานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายเบื้องหลังความเชื่อที่มั่นคงของเขา และเชื่อมโยงกับการจากไปของฮาราน น้องชายของเขา

โมงยามแห่งการทำลายรูปเคารพ

เรื่องเล่าระบุว่า เทราห์ บิดาของอับราม เป็นช่างทำรูปเคารพ วันหนึ่งเทราห์ได้ออกไปข้างนอก และมอบหมายให้อับรามดูแลห้องรูปเคารพ ในช่วงเวลานั้น มีหญิงคนหนึ่งนำอาหารที่ดีเลิศ (Mincha offering) มาเพื่อถวายบูชาแด่รูปเคารพเหล่านั้น

อับรามซึ่งตระหนักว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงวัตถุที่ไม่มีชีวิต จึงถูกความโกรธเข้าครอบงำ เขาถือขวานเข้าไปในห้องและทำลายรูปเคารพทั้งหมดจนแตกหัก เหลือเพียงรูปเคารพที่ใหญ่ที่สุดไว้ และนำขวานไปวางไว้ที่มือของรูปเคารพตัวนั้น

 

เมื่อเทราห์กลับมาและพบความพินาศ เขาได้ถามอับรามอย่างโกรธจัดว่าเกิดอะไรขึ้น อับรามจึงแกล้งบอกว่า "รูปเคารพเหล่านี้ได้ต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงอาหารที่ผู้หญิงนำมาถวาย และรูปเคารพที่ใหญ่ที่สุดก็เอาขวานทุบตัวอื่น ๆ จนแตกหมด"

เทราห์ตอบกลับทันทีว่า "พวกเขาเป็นเพียงรูปปั้นที่ไม่มีชีวิตและไม่มีภูมิปัญญาความรู้ใด ๆ จะมาต่อสู้กันได้อย่างไร !" อับรามจึงย้อนถามบิดาว่า "ในเมื่อท่านรู้ว่าพวกเขาไม่มีภูมิปัญญาและความรู้ใด ๆ แต่เหตุใดท่านยังเคารพบูชาพวกเขาเล่า ?" การโต้เถียงนี้ทำให้เทราห์โกรธมากและตัดสินใจนำตัวอับรามไปพบนิมโรด

 

การเผชิญหน้ากับกษัตริย์นิมโรดและการทดลองด้วยไฟ

นิมโรด กษัตริย์ผู้ประกาศตัวเป็นเทพเจ้า ท้าทายอับรามด้วยการสั่งให้เขา "นมัสการไฟ" แต่อับรามตอบด้วยตรรกะว่า "น้ำ มีอำนาจมากกว่าเพราะมันทำให้ไฟมอดดับ" นิมโรดจึงบอกว่างั้นให้นมัสการน้ำ อับรามตอบว่า "เมฆ มีอำนาจมากกว่าเพราะมันเก็บอุ้มน้ำเอาไว้" นิมโรดจึงบอกว่างั้นให้นมัสการเมฆ อับรามบอกว่า "ลม ก็มีอำนาจมากกว่าเพราะมันพัดพาเมฆ" นิมโรดบอกว่างั้นให้นมัสการลม อับรามตอบว่า "คน ก็ต้านทานต่อลมและมีปัญญาเหนือกว่าสิ่งเหล่านี้"

นิมโรดโกรธที่อับรามใช้ตรรกะโต้แย้งโดยไม่ยอมศิโรราบ จึงประกาศว่าเขาจะโยนอับรามเข้าไปในเตาไฟที่ร้อนระอุ และหากมีพระเจ้าเที่ยงแท้ตามที่อับรามอ้างจริง พระองค์ก็ต้องมาช่วยเขา อับรามจึงถูกมัดและจับโยนเข้าไปในกองไฟ

 

ความช่วยเหลือจากสวรรค์และความตายของฮาราน

ตามตำนานเล่าว่า พระเจ้าทรงอยู่กับอับรามในเตาไฟ ไฟไม่ได้ทำอันตรายเขาเลย มันเพียงเผาเชือกที่มัดเขาไว้ ในฉบับของ Jasher กล่าวว่าอับรามเดินอยู่กลางเปลวไฟเป็นเวลาสามวันสามคืน ทำให้กษัตริย์นิมโรดและบรรดาที่ปรึกษาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง นิมโรดจึงต้องยอมรับอย่างจำนนว่าอับรามพูดความจริงว่าเขามีพระเจ้าที่ทรงฤทธิ์

ในระหว่างที่อับรามอยู่ในเตาไฟ ตำนานเล่าว่า ฮาราน น้องชายของอับรามได้ยืนเฝ้าดูอยู่ด้วย แต่หัวใจของเขาลังเลและรอดูสถานการณ์ ฮารานคิดในใจว่า "หากอับรามรอด ฉันก็จะบอกว่าฉันเชื่อในพระเจ้าของอับราม แต่หากเขาตาย ฉันก็จะบอกว่าฉันอยู่ข้างนิมโรด"

เมื่ออับรามรอดออกมาได้อย่างปาฏิหาริย์ นิมโรดจึงถามฮารานว่าเขาจะเลือกข้างใคร ฮารานตอบว่า "ฉันอยู่ข้างพระเจ้าของอับราม" ด้วยความโกรธ นิมโรดจึงสั่งให้โยนฮารานเข้าไปในเตาไฟทันที แต่เนื่องจากความเชื่อของฮารานไม่ได้มาจากใจจริงที่มั่นคง (ตามแนวคิดของ Midrash) เขาจึงไม่ได้รับการปกป้องจากสวรรค์และเสียชีวิตในกองไฟนั้น

วรรณกรรมชาวยิวใช้ตำนานนี้เพื่ออธิบายความหมายของข้อพระคัมภีร์ใน ปฐมกาล 11:28 ที่ว่า "ส่วนฮารานสิ้นชีวิตก่อนเทราห์บิดาของเขาในแผ่นดินที่เขาเกิด คือเมืองเออร์ของชาวเคลเดีย" โดยมักตีความ "เออร์" (Ur) เป็นภาษาฮีบรูที่แปลว่า "ไฟ" หรือ "เตาไฟ" (Ohr) ครับ


ปล. ข้อมูลนี้มาจากวรรณกรรมอธิบาย (Midrash) และตำนานของชาวยิว ไม่ใช่เนื้อหาที่ถูกบันทึกไว้ในพระคัมภีร์ (Canonical Scripture) โดยตรง โปรดใช้วิจารณญาณในการศึกษา ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการเรียนรู้ประวัติศาสตร์แนวคิดและวรรณกรรมศาสนา

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า เหนือภัยพิบัติในอียิปต์

ฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า เหนือภัยพิบัติในอียิปต์ เรื่องภัยพิบัติในอียิปต์ หากมองผ่านเลนส์ของคริสเตียนสายรากฮีบรู (Messianic Roots) และบริบททางปร...