ซิมโฟนีแห่งสวรรค์ (Symphony of Heaven)
เมื่อ “การเห็นพ้องร่วมกัน” ไม่ใช่แค่การเล่นดนตรีพร้อมกัน แต่คือการประสานกันในฝ่ายวิญญาณ (มัทธิว 18:19-20)
ในฐานะทีมนมัสการนักดนตรีและนักร้อง เราทุกคนคุ้นเคยกับการซ้อมดนตรีเพื่อให้จังหวะ คอร์ด และเมโลดี้ออกมาตรงกัน แต่ในมิติฝ่ายวิญญาณ พระเยซูได้ให้หลักการที่ลึกซึ้งกว่านั้นในการรวมตัวกันของผู้เชื่อ
ในพระธรรมมัทธิว 18:19
เราบอกพวกท่านอีกว่า
ถ้าพวกท่านสองคนจะร่วมใจกันทูลขอสิ่งหนึ่งสิ่งใดในโลก
พระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์ก็จะทรงทำสิ่งนั้นให้ [20]
เพราะว่ามีสองสามคนประชุมกันที่ไหนในนามของเรา เราจะอยู่ท่ามกลางพวกเขาที่นั่น”
คำว่า "ร่วมใจกัน" หรือ “เห็นพ้องต้องกัน ”ในภาษาไทย หรือ "Agree"
ในภาษาอังกฤษ ในต้นฉบับภาษากรีกใช้คำว่า συμφωνέω (symphōneō) "ซิม-โฟ-เน-โอ" ซึ่งเกิดจากการรวมกันของสองคำคือ:
σύν
(syn) "ซิน" = ร่วมกัน (Together)
φωνή
(phōnē) "โฟ-เน"
= เสียง (Sound/Voice)
รากศัพท์นี้เองที่เป็นที่มาของคำว่า
"Symphony" (วงดุริยางค์ซิมโฟนี) ดังนั้น
สิ่งที่พระเยซูกำลังบอกไม่ใช่แค่การ "พยักหน้าเห็นด้วย" หรือ
"พูดคำอธิษฐานเหมือน ๆ กัน" แต่พระองค์กำลังพูดถึง
"การประสานเสียงกันอย่างกลมกลืน"
สำหรับทีมนมัสการ หลักการ Symphōneō มีความหมายที่ลึกซึ้งและนำมาประยุกต์ใช้ได้ใน
3 มิติ ดังนี้ครับ:
1.
ซิมโฟนีไม่ใช่การเล่นโน้ตตัวเดียวกัน (Unison) แต่คือการประสานความต่าง
(Harmony)
ในวงซิมโฟนี ไวโอลินเล่นเมโลดี้
เชลโล่ให้จังหวะและเสียงทุ้ม เครื่องเป่าสร้างสีสัน
ทุกชิ้นไม่ได้เล่นโน้ตตัวเดียวกัน แต่เล่นคนละบทบาทภายใต้ "คีย์ (Key)
เดียวกัน"
ในทีมนมัสการ
เราไม่จำเป็นต้องมีความคิดเหมือนกันทุกอย่าง หรือมีสไตล์ที่เหมือนกันเป๊ะ มือกลอง
มือกีตาร์ นักร้องนำ หรือฝ่ายระบบเสียง (Sound) ล้วนมีบทบาทต่างกัน
แต่เราสามารถมี "Symphōneō" (ใจเห็นพ้องต้องกัน)
ได้ เมื่อเรามีเป้าหมายเดียวกัน สอดคล้องกัน นั่นคือการถวายเกียรติแด่พระเจ้า
ไม่ใช่การโชว์ความโดดเด่นของเครื่องดนตรีตัวเอง
2. ก่อนจะประสานเสียง ต้อง
"ปรับสาย" (Tuning) ให้ตรงกันก่อน
วงออร์เคสตราก่อนจะเริ่มบรรเลง
จะต้องมีการจูนเสียง (Tuning) ให้ตรงกับโน้ตมาตรฐาน
(มักจะใช้โน้ต A จากเครื่องเป่า Oboe) หากมีเครื่องดนตรีชิ้นใดชิ้นหนึ่งเพี้ยน
แม้จะเล่นตามโน้ตได้ถูกต้องเป๊ะ ดนตรีนั้นก็จะไม่เป็น Symphony แต่จะเป็น Dissonance (เสียงกระด้าง)
บริบทก่อนหน้าพระคัมภีร์ตอนนี้
(มัทธิว 18:15-18) พระเยซูพูดถึง "การคืนดีกันเมื่อพี่น้องทำบาปต่อกัน"
นี่คือกุญแจสำคัญ! เราไม่สามารถสร้าง Symphōneō ในการนมัสการได้
หากในทีมยังมีความขุ่นเคืองใจ การนินทา หรือความขัดแย้งที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข
เราต้อง "Tuning" หัวใจของเรากับพระคริสต์
และเคลียร์ใจกับพี่น้องก่อนเสมอ เพื่อให้ดนตรีของเราไม่มีเสียงเพี้ยนฝ่ายวิญญาณ
3. อำนาจของการอยู่ภายใต้
"ผู้อำนวยเพลง" (The Conductor)
ดนตรีซิมโฟนีจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าขาด Conductor
พระเยซูตรัสในข้อ 20 ว่า "เพราะว่ามีสองสามคนประชุมกันที่ไหน
ในนามของเรา เราจะอยู่ท่ามกลางพวกเขาที่นั่น”
คำว่า "ในนามของเรา"
หมายถึงการยอมจำนนต่อสิทธิอำนาจและพระประสงค์ของพระองค์
การร่วมใจกันอธิษฐานและการนมัสการ ไม่ใช่สูตรวิเศษที่ว่า
"ถ้าเรารวมตัวกันขออะไร พระเจ้าก็ต้องให้" แต่หมายถึง
เมื่อเราปรับใจของเราให้เข้ากับพระทัยของพระเจ้า (พระประสงค์ของผู้อำนวยเพลง)
เมื่อนั้นพระเจ้าจะทรงเคลื่อนไหวท่ามกลางเรา
ทีมนมัสการต้องให้พระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นผู้อำนวยเพลง
และในระดับปฏิบัติการ คือการยอมจำนนต่อผู้นำนมัสการและผู้นำคริสตจักร
เมื่อผู้นำพาทีมไปในทิศทางใด ทีมที่ Symphōneō จะไหลไปด้วยกันอย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
บทสรุปสำหรับทีม
เมื่อทีมนมัสการเล่นดนตรีด้วยความเข้าใจในคำว่า
συμφωνέω (symphōneō) สิ่งที่เกิดขึ้นจะไม่ใช่แค่
"การแสดงดนตรี" (Performance) แต่คือ
"การประสานเสียงฝ่ายวิญญาณ" อย่างเห็นพ้องต้องกัน ที่จะดึงดูดการทรงสถิตของพระเจ้า
พระเยซูสัญญาว่าเมื่อเรามีใจสอดคล้องกันและรวมกันในพระนามของพระองค์
"พระองค์จะประทับอยู่ท่ามกลางเรา" และที่ใดที่พระองค์ทรงสถิต
ที่นั่นจะมีชีวิต การเยียวยา และการปลดปล่อยเสมอ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น