โกรธก็โกรธได้ แต่จงอย่าทำบาป
เอเฟซัส 4:26
“จงโกรธแต่ไม่ทำบาป อย่าให้ถึงเวลาพระอาทิตย์ตกดินโดยยังมีความโกรธอยู่ในใจ”
ในข้อนี้ เปาโลกำลังสอนเรื่อง การควบคุมอารมณ์ ให้สอดคล้องกับน้ำพระทัยของพระเจ้า โดยอ้างอิงถึงแนวคิดทั้งจากวัฒนธรรม ยิว และ กรีก ในยุคนั้น ซึ่งมีรากศัพท์และความเข้าใจที่น่าสนใจและลึกซึ้ง
1. รากศัพท์กรีก: โกรธ = ὀργίζεσθε (orgizesthe)
คำว่า "โกรธ" ในภาษากรีกใช้คำว่า ὀργίζεσθε (orgizesthe) มาจากราก ὀργή (orgē) ซึ่งหมายถึง ความโกรธแบบรุนแรง, ความขุ่นเคือง
ในประโยคนี้ ใช้รูป กริยาเชิงอนุญาต คือ “ถ้าจะโกรธ ก็โกรธได้”
แต่คำว่า "อย่าทำบาป" (μὴ ἁμαρτάνετε - mē hamartanete) มาจาก ἁμαρτάνω (hamartanō) ซึ่งแปลว่า “พลาดเป้า, พลาดจากน้ำพระทัยของพระเจ้า”
สาระสำคัญคือ โกรธได้ แต่ห้ามให้ความโกรธพาเราออกนอกทางของพระเจ้า
2. มุมมองของยิว: โกรธ = אַף (aph)
ในภาษาฮีบรู “โกรธ” ใช้คำว่า אַף (aph) ซึ่งรากคำหมายถึง “จมูก” หรือ “การหายใจแรง” เป็นภาพของคนที่โกรธจนหายใจแรงฟืดฟาด
ในวัฒนธรรม ยิว การโกรธเป็น สิ่งธรรมชาติ แต่ต้อง ควบคุมได้
ท่านรับบีในวัฒนธรรมยิวสอนว่า “ความโกรธเปิดทางให้บาปเข้ามา”
หากปล่อยให้ความโกรธครอบงำ จะเปรียบเหมือน “บูชารูปเคารพในใจ” เพราะปล่อยให้ อารมณ์ควบคุมเราแทนพระเจ้า
3. บริบทวัฒนธรรมยิว: อย่าให้โกรธข้ามวัน
ในวัฒนธรรม ยิวโบราณ มีแนวคิดว่า “ก่อนพระอาทิตย์ตก ต้องคืนดีกัน”
เพราะ การเก็บความโกรธข้ามวัน = เปิดประตูให้ความมืดเข้ามาทำงานในชีวิตเรา
แนวคิดนี้สะท้อนถึงการ รักษาความสะอาดของจิตใจ ก่อนจะเข้านมัสการพระเจ้าในวันถัดไป
4. การตีความในยุคของเปาโล
เปาโลเขียนถึง คริสตจักรเอเฟซัส ซึ่งประกอบด้วย ชาวยิวและชาวกรีก
การนำเสนอแนวคิดนี้จึงเป็นการ ผสมผสานความเข้าใจของทั้งสองวัฒนธรรม
สาระคือ โกรธได้ แต่ต้อง ควบคุมความโกรธ ไม่ให้มันนำไปสู่ คำพูด การกระทำ หรือความคิดที่พาเราออกจากน้ำพระทัยของพระเจ้า
5. ข้อพระคัมภีร์เสริม:
สุภาษิต 29:11
“คนโง่ปลดปล่อยความโกรธออกมาทั้งหมด แต่คนมีปัญญาควบคุมอารมณ์ของตนเอง”
ยากอบ 1:19-20
“จงไวในการฟัง ช้าในการพูด และช้าในการโกรธ เพราะความโกรธของมนุษย์ไม่บรรลุถึงความชอบธรรมของพระเจ้า”
6. สรุปคำหนุนใจ:
โกรธได้ แต่ต้องโกรธในขอบเขตของพระเจ้า
อย่าปล่อยให้ความโกรธกลายเป็นบาป โดยการเก็บมันไว้นานหรือแสดงออกอย่างไม่ควบคุม
คืนดีกันก่อนสิ้นวัน เพื่อปิดช่องทางของความมืด
ปล่อยวาง, ให้อภัย, และไว้วางใจให้พระเจ้าเป็นผู้พิพากษาแทนเรา
การควบคุมความโกรธไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็น พลังของผู้ยืนหยัดในพระคุณ และ ชัยชนะของสงครามฝ่ายวิญญาณภายในจิตใจเราเอง
K.Ohr.Emet

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น