ยกโทษเจ็ดสิบครั้งเจ็ดหน
การให้อภัยที่มากกว่าตัวเลข
มัทธิว 18:21-22 (THSV11)
กล่าวว่า: “แล้วเปโตรมาทูลถามพระองค์ว่า ‘พระองค์เจ้าข้า ถ้าพี่น้องทำผิดต่อข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะต้องยกโทษให้เขากี่ครั้ง? เจ็ดครั้งพอหรือ?’ พระเยซูตรัสกับเขาว่า ‘เรามิได้บอกเจ้าว่าเจ็ดครั้ง แต่เจ็ดสิบครั้งเจ็ดหน’
หลายคนเข้าใจว่านี่คือการบอกให้ยกโทษแบบไม่จำกัดจำนวน ซึ่งก็ไม่ผิดนัก แต่ในบริบทของยิวคำว่า “เจ็ดสิบคูณเจ็ด” ไม่ใช่แค่ตัวเลขทั่วไป — มันสื่อถึง “ความเต็มเปี่ยม สมบูรณ์ และไม่มีที่สิ้นสุด” ในด้านของความเมตตา การฟื้นฟู และการคืนดี
บริบทพระคัมภีร์เดิม: การแก้แค้นของลาเมค
ในปฐมกาล 4:24 ลาเมคกล่าวว่า:
“ถ้าเขาแก้แค้นให้คาอินเจ็ดเท่า ลาเมคจะถูกแก้แค้นถึงเจ็ดสิบเจ็ดเท่า”
พระเยซูกำลังพลิกแนวคิดของ “การแก้แค้นแบบไร้ขอบเขต” ให้กลายเป็น “การให้อภัยแบบไร้ขอบเขต” แทน
จากวัฏจักรของการทำร้าย กลายเป็นวัฏจักรของความเมตตา
การให้อภัยในมุมของยิว: ไม่ใช่แค่ลืม แต่คือการฟื้นฟู
ในวัฒนธรรมยิว การให้อภัยคือกระบวนการ ไม่ใช่แค่คำพูด โดยประกอบด้วย:
Teshuvah (การกลับใจ)
Selichah (การขออภัย)
Mechilah (การลบล้าง)
พระเยซูจึงไม่ได้เพียงสอนให้ “ยอมคน” แต่ให้ยืนหยัดใน “ทางแห่งพระคุณ” ซึ่งพาให้ทั้งผู้กระทำผิดและผู้ถูกกระทำได้ “ฟื้นฟูความสัมพันธ์” อย่างแท้จริง
เราให้อภัยจนกว่าเขาจะเปลี่ยน...หรือจนกว่าใจเราจะเปลี่ยน?
บางครั้งเราอาจรอให้คนอื่นเปลี่ยนก่อนแล้วค่อยยกโทษให้ แต่พระเยซูกลับเชื้อเชิญให้ “เปลี่ยนหัวใจของเราเองก่อน”
เพราะหัวใจที่ให้อภัยได้ คือหัวใจที่ได้รับการเยียวยาแล้ว
คำสั่งนี้จึงไม่ใช่แค่การนับจำนวน แต่คือการนับความรัก
เจ็ดสิบครั้งเจ็ดหน — ไม่ใช่เพื่อเราจะนับถึง 490 แล้วหยุด
แต่เพื่อเราจะรู้ว่า พระคุณไม่มีวันหมดอายุ และความรักไม่มีตัวเลขกำกับ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น