หนุนใจ: เราเคยหยิบหินขึ้นมาขว้างกันหรือเปล่า ?
โทษของพยานเท็จในพระคัมภีร์
เฉลยธรรมบัญญัติ 19:16-21 — พยานเท็จจะต้องรับโทษเดียวกับที่ตั้งใจใส่ร้ายผู้อื่น เช่น ถ้าใส่ร้ายให้คนถูกประหาร พยานเท็จก็ต้องถูกประหารเอง
อพยพ 20:16 — "อย่าเป็นพยานเท็จใส่ร้ายเพื่อนบ้านของเจ้า" หนึ่งในสิบประการ
สุภาษิต 19:5, 19:9 — พยานเท็จจะไม่พ้นโทษและต้องพินาศแน่
สุภาษิต 6:16-19 — พระเจ้าทรงเกลียดชังพยานเท็จ
วิวรณ์ 21:8 — คนพูดมุสาจะมีส่วนในบึงไฟและกำมะถัน
การเป็นพยานเท็จทำลายความยุติธรรม และสามารถทำลายชีวิตของผู้บริสุทธิ์ได้
ยอห์น 8:7 (THSV11)
"ผู้ใดในพวกท่านที่ไม่มีผิด ก็ให้ผู้นั้นเอาหินขว้างเขาก่อน"
ในสังคมทุกวันนี้ ทั้งใน โรงเรียน, ที่ทำงาน, หรือแม้แต่ คริสตจักร บางครั้งเราก็เผลอ หยิบหินแห่งคำพิพากษา คำพูด คำใส่ร้าย ขว้างใส่กัน โดยไม่รู้ตัว
หญิงล่วงประเวณี ใน ยอห์นบทที่ 8 ถูกพามาต่อหน้าฝูงชนพร้อมกับข้อกล่าวหา แต่ พระเยซู ทรงเปลี่ยนบรรยากาศแห่งการพิพากษาเป็นโอกาสแห่ง การเยียวยาและเมตตา
พยานเท็จ ในวัฒนธรรมยิวโบราณต้องรับโทษ ขว้างหินจนตาย เช่นเดียวกับโทษของผู้ถูกใส่ร้าย (เฉลยธรรมบัญญัติ 19:16-21)
ในสังคมปัจจุบัน พยานเท็จ และ ข่าวลือ เป็นภัยร้ายที่ทำลายชื่อเสียงและชีวิตของผู้คนได้รุนแรงไม่แพ้การขว้างหินจริง ๆ
คำกล่าวหาในที่ทำงาน เช่น การนินทา ใส่ร้ายเพื่อดันตัวเองขึ้น ก็เป็นการขว้างหินเช่นกัน
ใน คริสตจักร เราอาจพูดถึงความผิดพลาดของพี่น้องโดยไม่ฟังเรื่องราวครบถ้วน นั่นคือการหยิบหินขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
"จงจำไว้ว่า พยานของหญิงคนนั้นใน ยอห์น 8 อาจเป็นเพียงกลุ่มคนที่เลือกหยิบหิน แต่ พระเยซู เป็นผู้ที่เลือกหยิบ ความรักและความเมตตา"
ข้อคิด: ก่อนที่เราจะ ขว้างหินด้วยคำพูดหรือท่าที ลองย้อนดูตัวเองว่า เราบริสุทธิ์จริงหรือ? แทนที่จะหยิบหินขึ้นมา เราควรเลือกมี ท่าทีแบบพระเยซู — คือ การให้อภัย การเยียวยา และการเสริมสร้าง ผู้ที่อ่อนแอ เพราะความเมตตานั้นนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงแท้จริง เราอาจเป็นคนที่มีส่วนในระบบที่สร้าง ข่าวลือ และ คำพิพากษา โดยไม่รู้ตัว
"ในพระเยซู ไม่มีบาปใดเกินจะได้รับการให้อภั
ย ขอเราอย่าประหารกันด้วยคำกล่าวอ้างของพยานเท็จ แต่ขอให้เราเลือกหยิบความเมตตาและการให้อภัยขึ้นมาแทน"
สี่มุมของโลกยังคงมีคนที่รอคอยจะถูกเก็บเกี่ยว — ด้วยความรัก ไม่ใช่หินแห่งการตัดสิน
K.Ohr.Emet

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น