เทศกาลปัสกาและการสำเร็จในพระเมสสิยาห์
ในพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิม พระเจ้าทรงกำหนดเทศกาลสำคัญให้ชนชาติอิสราเอลระลึกถึงพระราชกิจแห่งการไถ่ของพระองค์ เทศกาลเหล่านี้มิได้เป็นเพียงประเพณีทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็น เงาและสัญลักษณ์ของพระเมสสิยาห์ ผู้ซึ่งจะมาทำให้แผนการแห่งความรอดสำเร็จสมบูรณ์
ในช่วงฤดูเดียวกันของปี จะมีเทศกาลสำคัญสามเทศกาลที่เกี่ยวเนื่องกัน ได้แก่ ปัสกา ขนมปังไร้เชื้อ และผลแรก ซึ่งคริสเตียนจำนวนมากมองว่าเทศกาลเหล่านี้สะท้อนพระราชกิจของ
Jesus Christ
ผู้ทรงเป็นพระเมสสิยาห์
1. ปัสกา (Pesach)
พระคัมภีร์กล่าวว่า
“ในเวลาเย็นวันที่สิบสี่เดือนที่หนึ่งเป็นวันเทศกาลปัสกาของพระยาห์เวห์”
(เลวีนิติ 23:5)
เทศกาลปัสกามีต้นกำเนิดจากเหตุการณ์ในหนังสืออพยพ เมื่อพระเจ้าทรงช่วยอิสราเอลให้พ้นจากการเป็นทาสในอียิปต์ โดยครอบครัวชาวอิสราเอลต้องนำ ลูกแกะที่ปราศจากตำหนิ มาถวาย และใช้เลือดของลูกแกะนั้นทาที่วงกบประตู เพื่อให้ภัยพิบัติผ่านพ้นไป
ในความเข้าใจของคริสเตียน เหตุการณ์นี้เป็นภาพสะท้อนของพระเมสสิยาห์ ผู้ซึ่งจะทรงเป็น “พระเมษโปดกของพระเจ้า”
ผู้ที่ประกาศความจริงนี้คือ
John the Baptist
เมื่อเขากล่าวถึงพระเยซูว่า
“จงดูเถิด พระเมษโปดกของพระเจ้า ผู้ทรงรับบาปของโลกไป”
ยอห์นมีพื้นเพจากครอบครัวปุโรหิต เพราะบิดาของเขาคือ
Zechariah
ซึ่งเป็นปุโรหิตในพระวิหาร (ลูกา 1:5)
ด้วยเหตุนี้ คริสเตียนบางคนจึงมองเหตุการณ์ที่ยอห์นประกาศถึงพระเยซูว่าเป็นพระเมษโปดกว่าเป็น การชี้ให้เห็นถึงลูกแกะไถ่บาปที่แท้จริง ผู้ที่จะมารับบาปของมนุษย์ทั้งโลก
พระเมษโปดกนี้เชื่อมโยงกับคำพยากรณ์ในพระคัมภีร์ เช่น
“ถึงบาปของเจ้าจะเป็นเหมือนสีแดงเข้ม ก็จะขาวอย่างหิมะ”
(อิสยาห์ 1:18)
สำหรับคริสเตียน พระสัญญานี้สำเร็จผ่านทาง
Jesus Christ
ผู้ทรงเสียสละพระองค์เพื่อไถ่มนุษย์ให้พ้นจากบาป
2. เทศกาลขนมปังไร้เชื้อ (Chag HaMatzot)
พระคัมภีร์กล่าวว่า
“และในวันที่สิบห้าเดือนเดียวกัน เป็นเทศกาลกินขนมปังไร้เชื้อถวายแด่พระยาห์เวห์ ให้พวกเจ้ารับประทานขนมปังไร้เชื้อเจ็ดวัน”
(เลวีนิติ 23:6)
เทศกาลนี้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์ การอพยพออกจากอียิปต์ เมื่อชนชาติอิสราเอลต้องออกเดินทางอย่างเร่งรีบ จนไม่มีเวลาปล่อยให้แป้งขึ้นฟู จึงต้องกินขนมปังไร้เชื้อ
ดังนั้น เทศกาลนี้จึงเป็นการระลึกถึง
-
การปลดปล่อยจากการเป็นทาส
-
การเริ่มต้นชีวิตใหม่ภายใต้การทรงนำของพระเจ้า
ในมุมมองของคริสเตียน บางคนมองว่าเทศกาลนี้สะท้อนเหตุการณ์ที่พระเยซูสิ้นพระชนม์และถูกฝังไว้ในอุโมงค์ ก่อนที่พระองค์จะฟื้นคืนพระชนม์ในเวลาต่อมา
3. เทศกาลผลแรก (HaBikkurim)
พระคัมภีร์กล่าวว่า
“เมื่อพวกเจ้ามาถึงแผ่นดินซึ่งเราให้เจ้า และเกี่ยวพืชผลของแผ่นดินนั้น พวกเจ้าจงเอาพืชผลส่วนหนึ่งที่เก็บเกี่ยวในรุ่นแรกนำไปให้ปุโรหิต”
(เลวีนิติ 23:10)
คำว่า ผลแรก ในภาษาฮีบรูคือ Bikkurim ซึ่งหมายถึงผลผลิตแรกของฤดูเก็บเกี่ยวที่ถูกนำมาถวายแด่พระเจ้า
พิธีนี้เป็นการยอมรับว่า
-
พระเจ้าทรงเป็นผู้ประทานผลผลิต
-
ทุกสิ่งที่ตามมาล้วนอยู่ภายใต้พระพรของพระองค์
ในพันธสัญญาใหม่ อัครทูตเปาโลได้ใช้แนวคิดนี้เพื่ออธิบายการฟื้นคืนพระชนม์ของพระคริสต์
“แต่บัดนี้ พระคริสต์ทรงถูกทำให้เป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว และทรงเป็นผลแรกของพวกที่ล่วงหลับไป”
(1 โครินธ์ 15:20)
เมื่อพระคริสต์ทรงเป็น ผลแรกของการฟื้นคืนพระชนม์ ผู้ที่อยู่ในพระองค์ก็มีความหวังว่าจะได้รับชีวิตใหม่เช่นเดียวกัน
เปาโลยังอธิบายว่า
“ถ้าแป้งดิบที่ถวายเป็นผลแรกบริสุทธิ์ แป้งดิบทั้งอ่างก็บริสุทธิ์ด้วย”
(โรม 11:16)
ความหมายคือ เมื่อรากได้รับการชำระแล้ว กิ่งก้านก็ได้รับพระพรเช่นกัน ผู้ที่เชื่อมต่อกับพระคริสต์จึงได้รับชีวิตใหม่และพระคุณจากพระองค์
บทสรุป
เมื่อพิจารณาเทศกาลทั้งสามนี้ร่วมกัน เราจะเห็นลำดับที่น่าสนใจ
-
ปัสกา – การเสียสละของพระเมษโปดก
-
ขนมปังไร้เชื้อ – การวางพระกายไว้ในอุโมงค์
-
ผลแรก – การฟื้นคืนพระชนม์
สำหรับคริสเตียน เหตุการณ์เหล่านี้สำเร็จในพระราชกิจของ
Jesus Christ
ผู้ทรงเป็นพระเมสสิยาห์ และผ่านทางพระองค์ มนุษย์ได้รับความหวังแห่งการไถ่และชีวิตใหม่
K.Ohr.Emet

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น