วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569

ตารางเวลาปัสกาและการสำเร็จในพระเมสสิยาห์

ตารางเวลาปัสกาและการสำเร็จในพระเมสสิยาห์

อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ ความสอดคล้องของเหตุการณ์ในเทศกาลปัสกา กับเหตุการณ์การสิ้นพระชนม์ของพระเยซู ตามที่บันทึกไว้ในพระคัมภีร์

เมื่อพิจารณาจากคำสั่งในหนังสือโทราห์ จะพบว่าการเฉลิมฉลองเทศกาลปัสกามี ช่วงเวลาและขั้นตอนที่กำหนดไว้อย่างเฉพาะเจาะจง และเหตุการณ์หลายอย่างในชีวิตของ
Jesus Christ
ดูเหมือนจะเกิดขึ้นสอดคล้องกับช่วงเวลาเหล่านั้นอย่างน่าสนใจ

1. การเลือกลูกแกะปัสกา

ในหนังสืออพยพ พระเจ้าทรงกำหนดให้มีการเลือกลูกแกะสำหรับปัสกา

ในวันที่สิบของเดือนนี้ ทุกครอบครัวต้องเลือกลูกแกะไว้”
(อพยพ 12)

ลูกแกะที่ถูกเลือกจะต้องถูกนำมาเตรียมไว้สำหรับเทศกาลปัสกา

ในสมัยของพระเยซู ลูกแกะจำนวนมากที่ใช้ในพิธีปัสกามักมาจากบริเวณ เมืองเบธเลเฮม และถูกนำเข้าสู่กรุงเยรูซาเล็ม

น่าสนใจที่
Jesus Christ
ผู้ซึ่งประสูติที่เมืองเบธเลเฮม ได้เสด็จเข้าสู่กรุงเยรูซาเล็มในช่วงเวลาเดียวกันกับการเตรียมเทศกาลปัสกา เหตุการณ์นี้ถูกเรียกว่า การเสด็จเข้าเมืองด้วยชัยชนะ

พระองค์เสด็จลงมาทาง ภูเขามะกอกเทศ และประชาชนจำนวนมากได้ต้อนรับพระองค์ด้วยการโบกกิ่งไม้ พร้อมร้องว่า

โฮซันนา บุตรของดาวิด
ขอพระองค์ผู้เสด็จมาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพระเจริญ”

คำประกาศนี้สะท้อนว่าฝูงชนกำลังยอมรับพระองค์ว่าเป็นพระเมสสิยาห์


2. การตรวจสอบลูกแกะ

ตามคำสั่งในโทราห์ ลูกแกะปัสกาจะต้องถูกตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่า ปราศจากตำหนิ

หลังจากพระเยซูเสด็จเข้าสู่กรุงเยรูซาเล็ม พระองค์ได้เสด็จไปยังพระวิหารและทรงสอนประชาชน ที่นั่นกลุ่มผู้นำศาสนาหลายกลุ่มได้เข้ามาทดสอบพระองค์ เช่น

  • พวกฟาริสี
  • พวกสะดูสี
  • พวกเฮโรด
  • ครูสอนธรรมบัญญัติ

พวกเขาพยายามตั้งคำถามยาก ๆ เพื่อหาข้อกล่าวหาต่อพระองค์ แต่ตามบันทึกในพระกิตติคุณ ไม่มีใครสามารถจับผิดพระองค์ได้ สิ่งนี้ทำให้คริสเตียนหลายคนมองว่า พระองค์ทรงเป็น “ลูกแกะที่ปราศจากตำหนิ”


3. การกำจัดเชื้อขนมปัง

ก่อนเทศกาลปัสกา ชาวยิวต้องกำจัด เชื้อขนมปัง (Leaven) ออกจากบ้านทั้งหมด เพราะเชื้อขนมปังมักถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของความไม่บริสุทธิ์

ในประเพณีของชาวยิว มารดาในบ้านจะใช้แสงเทียนค้นหาเชื้อขนมปังเพื่อกำจัดออกจากบ้านก่อนเทศกาล

เมื่อพระเยซูเสด็จเข้าสู่กรุงเยรูซาเล็ม พระองค์ได้เสด็จไปยังพระวิหารและ ขับไล่พ่อค้าและคนแลกเงินออกจากพระวิหาร

เหตุการณ์นี้จึงถูกมองว่าเป็นการ ชำระพระนิเวศของพระเจ้า ก่อนเทศกาลปัสกา


4. ลูกแกะถูกนำไปที่แท่นบูชา

ในวันปัสกา ลูกแกะจะถูกนำไปที่แท่นบูชาในช่วงเช้า

ตามบันทึกในพระกิตติคุณ พระเยซูถูกนำไปตรึงกางเขนในช่วงเวลาเช้าเช่นกัน และการตรึงกางเขนเกิดขึ้นต่อหน้าสาธารณชน

เหตุการณ์นี้จึงทำให้คริสเตียนจำนวนมากมองว่า พระองค์ทรงเป็น พระเมษโปดกที่ถูกถวายเพื่อการไถ่บาปของมนุษย์


5. เวลาการสิ้นพระชนม์

ตามบันทึกในพระกิตติคุณ พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์ในช่วงเวลาประมาณบ่ายสามโมง

ก่อนสิ้นพระชนม์ พระองค์ตรัสว่า

สำเร็จแล้ว”

คำนี้ในภาษากรีกคือ Tetelestai ซึ่งมีความหมายว่า
การชำระหนี้ได้สำเร็จสมบูรณ์แล้ว”

สำหรับคริสเตียน คำประกาศนี้สะท้อนถึงการสำเร็จของพันธกิจแห่งการไถ่


ความหมายของปัสกาสำหรับคริสเตียน

เมื่อพิจารณาเหตุการณ์เหล่านี้ร่วมกัน เราจะเห็นความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งระหว่างเทศกาลปัสกากับพระราชกิจของ
Jesus Christ

พระองค์ทรงถูกเรียกว่า พระเมษโปดกของพระเจ้า ผู้ทรงเสียสละพระองค์เพื่อไถ่มนุษย์จากบาป

พระโลหิตของพระองค์จึงเป็นสัญลักษณ์ของ

  • การไถ่
  • การปลดปล่อย
  • และความหวังแห่งชีวิตใหม่

เช่นเดียวกับที่เลือดของลูกแกะปัสกาเคยช่วยให้อิสราเอลรอดพ้นจากความพินาศ เลือดของพระคริสต์ก็ถูกเข้าใจว่าเป็นสัญลักษณ์ของการช่วยกู้มนุษย์จากบาป


บทสรุป

เทศกาลปัสกาไม่ได้เป็นเพียงประเพณีในประวัติศาสตร์ของอิสราเอลเท่านั้น แต่ยังเปิดมุมมองให้คริสเตียนเข้าใจพระราชกิจของพระเมสสิยาห์ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ยิ่งเราเข้าใจความหมายของเทศกาลปัสกา เราก็ยิ่งเข้าใจความหมายของการเสียสละของ
Jesus Christ
มากขึ้น

เพราะสำหรับคริสเตียน พระองค์คือ พระเมษโปดกที่นำการไถ่และความหวังมาสู่มนุษยชาติ

 K.Ohr.Emet

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า เหนือภัยพิบัติในอียิปต์

ฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า เหนือภัยพิบัติในอียิปต์ เรื่องภัยพิบัติในอียิปต์ หากมองผ่านเลนส์ของคริสเตียนสายรากฮีบรู (Messianic Roots) และบริบททางปร...